งานนี้มีแตก SEO vs SEM การทำการตลาดสองอย่างนี้สนับสนุนกัน จริงหรือไม่

SEM
Chakrit Choopreeda
25 JUN 2020
1 min read
LINEFacebookTwitterLink

เป็นเรื่องที่ทาง FORETODAY ได้รับคำถามอย่างหนัดจากลูกเพจ และลูกค้า ทางเราจึงเริ่มหาคำตอบและบีบคั้นให้ออกมาจากปากของ Google เองนะครับ แต่ทางเราจะสอดแทรกจากประสบการณ์เราเข้าไปด้วยนะครับ โดยในที่นี้จะขอใช้ SEM ในความหมายเดียวกันกับ PPC นะครับ

ก่อนจะไปถึงคำตอบนะครับ ขอเกริ่นคร่าว ๆ ว่า SEM จะเป็นการจ่ายตังเพื่อให้โฆษณาแสดงซึ่งในองค์กร Google นั้นจะเป็นการดูแลคนละทีมกับ SEO นะครับโดย SEM จะเน้นการซื้อโฆษณาในรูปแบบการคำนวณ AdRank คือใช้คุณภาพของโฆษณาและเงิน คำนวณคู่กัน

ในขณะที่ SEO จะใช้คุณภาพของเว็บไซต์ควบคู่ไปกับการวัดผลจากคนที่เห็นโฆษณาว่าเนื้อหาที่แสดงนั้นตรงกับสิ่งที่เค้าต้องการหรือไม่ และปัจจัยในการคำนวณซับซ้อนมากซึ่งบางเว็บก็บอกว่ามีมากกว่า 200 ปัจจัยเลยทีเดียว

และก็จะมาตอบกันนะครับว่า SEO vs SEM การทำการตลาดสองอย่างนี้สนับสนุนกัน จริงหรือไม่ และคำตอบคือ ไม่นะครับ โดยคำตอบนี้อ้างอิงจาก Google ตัวนี้นะครับ

>>https://ads.google.com/home/resources/seo-vs-ppc/

โดยทาง Google ให้คำตอบว่า

Google’s first responsibility is to provide Search users with the most relevant possible results. If businesses were able to pay for higher rankings in the search results, users wouldn’t be getting the information they’re looking for.
ความรับผิดชอบอันดับแรกของ Google คือการให้ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องที่สุดแก่ผู้ใช้การค้นหา หากธุรกิจสามารถชำระเงินสำหรับการจัดอันดับที่สูงขึ้นในผลการค้นหาผู้ใช้จะไม่ได้รับข้อมูลที่ต้องการ

สรุปก็คือ ถ้าเราจ่ายเงินแล้วเราติด SEO ด้วยมันจะไม่ยุติธรรมต่อคนที่เค้าไม่มีงบประมาณแต่เว็บไซต์ดีนะครับ และ Google เองก็ยังให้ความสำคัญกับผู้ใช้มากกว่าผู้ลงโฆษณา

แต่ก็มีคนที่เอาเครื่องมือ SEM มาใช้ทำ SEO นะครับ ทาง Foretoday จะแตกทีละตัวนะครับ

1. Keyword Planner

เป็นเครื่องมาที่ใช้หาปริมาณการค้นหาคำในแต่ละเดือนนะครับ โดยข้อดีคือมันจะดึงตรงจากในระบบ Google DataBase ซึ่งก็จะใช้ข้อมูลย้อนหลังมาแสดงครับ ซึ่งถ้าเรามีการซื้อสื่อแบบ SEM มันจะบอกเป็นตัวเลขจริง ๆ ครับ แต่ถ้าเราแค่เปิดบัญชีแต่ไม่มีการลงเงินมันจะบอกเป็นช่วงนะครับเช่น 300 - 1,000 การค้นหาต่อเดือน

ตัวอย่าง Keyword Planner

2. Paid and Organic Report

จะเป็น Report ที่จะแสดงเมื่อมีการเชื่อมโยงระบบ Google Ads กับ Google Search Console ซึ่งตัวนี้จะบอกว่าโฆษณาเราแสดงพร้อมกับ SEO เท่าไหร่นะครับ

ตัวอย่าง Paid and Organic Report

3. Quality Score Report

Quality Score หรือ คะแนนคุณภาพจะเป็นตัวนึงในการใช้คำนวณว่าโฆษณาของคุณจะได้แสดงหรือไม่ โดยคะแนนคุณภาพจะประกอบด้วย 3 ปัจจัยดังนี้ อัตราการคลิก, ความสัมพันธ์ของโฆษณา, และ คุณภาพของหน้าที่โฆษณาพาไปถึง (Landing Page) ซึ่งตัวคุณภาพของหน้าที่โฆษณาพาไปถึง (Landing Page) จะเป็นตัวบอกว่า เว็บไซต์ของเราดีพอกับคีย์เวิร์ดนั้นมั้ย

4. Auction Insight Report

ตัวนี้จะเป็นรายงานที่บอกว่ามีคนมาซื้อคีย์เวิร์ดเหมือนเราและแสดงพร้อมกับเรามากแค่ไหนซึ่งถามมีการแข่งขันสูงนักการตลาดสามารถย้ายงบไปเล่นในส่วนของ SEO แทนได้ครับ และแต่จะพิจารณากันนะครับจุดนี้

LINEFacebookTwitterLink