7 เคล็ดลับในการทำ Video Content ยังไงให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก

วิดีโอคอนเทนต์ (Video Content) หรือการนำเสนอเรื่องราวในรูปแบบภาพเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์ นับเป็นรูปแบบคอนเทนต์มาแรงในช่วงหลายปีนี้ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา แพลตฟอร์มชื่อดังอย่างเฟซบุ๊ก เผยว่า วิดีโอคอนเทนต์หรือแม้กระทั่งไลฟ์คอนเทนต์ มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 50% ผนวกช่วงเวลาที่ผ่านมา พฤติกรรมการรับสื่อของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนไป โดยผู้ชมต้องการเสพสื่อที่รวดเร็ว กระชับ เข้าใจง่าย ซึ่งวิดีโอคอนเทนต์สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจที่วิดีโอคอนเทนต์จะสามารถยืนหนึ่งในใจชาวเน็ตได้อย่างไม่ต้องสงสัย

วิดีโอคอนเทนต์ดียังไง มาดูข้อมูลเชิงสถิติกัน

SUMO APP ได้นำสถิติผลลัพธ์การสร้างวิดีโอคอนเทนต์ เพื่อทำการตลาดออนไลน์จาก APPSUMO มาให้ผู้อ่านได้ดูกัน

85% จากแบรนด์ที่ทำการตลาดออนไลน์จะใช้ YouTube เพื่อโปรโมตสินค้า 

79% จากแบรนด์ออนไลน์ ใช้ Facebook เป็นช่องทางนำเสนอสินค้า การโฆษณาแบรนด์ผ่าน Instagram Stories 

33% สามารถเพิ่มยอดขายได้ วิดีโอคอนเทนต์ประเภท ฮาวทู เป็นประเภทคอนเทนต์ที่นิยมที่สุด ธุรกิจออนไลน์ขนาด SMEs 

83% เผยว่าการทำวิดีคอนเทนต์ ช่วยทำให้เกิด Lead Generation ได้ (Lead Generation คือ การเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มว่าจะมาเป็นลูกค้าของเรา ให้กลายมาเป็นลูกค้าของเราในที่สุด) 

71% ของผู้ประกอบการ ใช้กลยุทธ์การนำเสนอด้วยรูปแบบวิดีโอ เพื่อโปรโมตสินค้าแบบ B2B 

และอีก 66% ของผู้ประกอบการ ใช้กลยุทธ์การนำเสนอด้วยรูปแบบวิดีโอ เพื่อโปรโมตสินค้าแบบ B2C

จากข้อมูลสถิติที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ทุกท่านได้เห็นว่า การสร้างโฆษณาด้วยรูปแบบวิดีโอ เป็นคอนเทนต์ที่มีอิทธิพลต่อลูกค้าสูงมาก 

เรามาดูตัวอย่างไอเดียสร้างวิดีโอคอนเทนต์กันดีกว่า ว่าแบบไหนที่ตอบโจทย์ในการทำการตลาดออนไลน์

1.) การรีวิว 

ทุกท่านอาจจะเห็นวิดีโอคอนเทนต์การรีวิวในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านตากันมาบ้าง ซึ่งคำว่ารีวิวนั้น คือ การที่ผู้สร้างวิดีโอต้องการบอกเล่าประสบการณ์ ไม่ว่าจะด้านการท่องเที่ยว การใช้สินค้า การชิมอาหาร หรือการพูดถึงประสบการณ์จากการใช้บริการ 

ข้อดีจากการรีวิวสินค้า คือแบรนด์สามารถโฆษณาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็น Customer Journey ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะยังไม่เคยมีประสบการณ์กับการซื้อสินค้า หรือใช้บริการกับทางแบรนด์ แต่พวกเขาจะเข้ามาเยี่ยมชมแบรนด์จากการรีวิว ซึ่งทำให้กลุ่มคนเหล่านี้เกิดความสนใจ และตัดสินใจซื้อในอนาคต

2.) Interview

วิดีโอ Interview เป็นอีกหนึ่งวิดีโอที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่องหรือเพจที่ทำเกี่ยวกับข่าวสาร สร้างแรงบันดาลใจ การสร้างธุรกิจ หรืออะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับคนดัง ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานด้านใดด้านหนึ่ง คอนเทนต์รูปแบบนี้จะช่วยสร้าง Engagement ที่ดีให้กับธุรกิจของคุณได้

(ตัวอย่าง Interview Video หนึ่งในผลงานของ ForeToday ที่ทำให้ MRE TBS )

3.) Testimonial 

คือหนึ่งในวิธีการรีวิวสินค้าและบริการ จากบุคคลอื่น ๆ เพื่อยืนยันถึงคุณภาพของสินค้าว่าใช้แล้วดีจริง โดยที่ผู้รีวิวสินค้า สามารถเป็นได้ทั้ง Influencer และลูกค้าด้วยกันเอง ทั้งนี้การทำ วิดีโอคอนเทนต์ในรูปแบบ Testimonial จะทำให้แบรนด์และสินค้ามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น

4.) Brand Film

เหตุผลที่แบรนด์ควรสร้างหนัง คือการทำให้ผู้ชมได้เห็นมุมมองของแบรนด์ คุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับจากการบริโภคสินค้าชนิดนั้น ๆ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถออกแบบเรื่องเล่าในมุมที่หลากหลายได้ เช่น การทำสารคดีสั้น การทำกิจกรรมบางอย่างโดยผ่านมุมมองคนธรรมดาทั่วไปที่ใช้แบรนด์ของเรา เป็นต้น

เช่น แบรนด์ขายเฟอร์นิเจอร์ละของใช้ในครัวเรือน IKEA ได้นำเสนอไนท์คลับที่เปลี่ยนไปให้เป็นปาร์ตี้ที่น่าหลับใหลซึ่งเต็มไปด้วยเตียงที่น่าดึงดูดใจและผู้ชื่นชอบที่สวมชุดนอน เพื่อส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับ

(วิดีโอตัวอย่าง จาก IKEA )

5.) วิดีโอการแข่งขัน หรือการร่วมชิงรางวัล

การสร้างวิดีโอคอนเทนต์ เพื่อการโปรโมตสินค้า หรือทำแคปเปญขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม เป็นเทคนิคที่แบรนด์สามารถสร้าง Lead Generation และเพิ่ม Traffic (จำนวนที่มีคนคลิกเข้ามาในหน้าเว็บไซต์) ให้แก่แบรนด์ได้

(Source https://web.facebook.com/Starpics/photos/a.128821447171047/2433262013393634/)

ภาพนี้เป็นกิจกรรมประกวดถ่ายภายยนตร์สั้นเพื่อชิงเงินรางวัล โดยในหนังต้องมีสินค้าจากเลอแปงปรากฏให้เห็น

6.) Explainer 

การใช้วิดีโอเป็นตัวอธิบาย Product ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แบรนด์ควรทำให้แก่ลูกค้า และนี่ก็คือวิดีโอคอนเทนต์ในรูปแบบของ B2C ดังในตัวอย่างก็จะเป็น Coinbase หนึ่งใน Platform เทรดเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ ที่ได้ทำวิดีโอสอนวิธีการใช้งานตัว Platform นั่นเอง

7.) เปรียบเทียบสินค้า 

การเปรียบเทียบสินค้า เป็นอีกหนึ่งในที่จะช่วยให้ลูกค้าหรือผู้รับบริการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องไปนั่นเอง ในกรณีที่แบรนด์ของคุณออกสินค้าที่รูปแบบคล้ายคลึงกันมา 2 อย่าง แต่ลูกค้าไม่ทราบว่าอันไหนดีกว่ากัน ซึ่งการทำวิดีโอคอนเทนต์รูปแบบนี้ จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น หรืออาจจะเป็นวิดีโอให้ความรู้ก็ได้เช่นกัน ดังในตัวอย่างจากช่อง iHAVECPU 

Content วิดีโอจะกลายเป็น New Normal

นอกจากที่กล่าวข้างต้นก็จะมีวิดีโอประเภทต่างๆอีก เช่น การสอน/ ฮาวทู, Vlog, วิดีโอเบื้องหลังเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร, การสัมภาษณ์ และการตอบคำถามต่างๆ, อีเวนต์, การนำเสนอ Presentation, แอนิเมชัน, Live Streaming, Vr และอื่นๆแล้วแต่จะปรับใช้ สรุปเลยก็คือวิดีโอจะกลายเป็น New Normal ใหม่ของการทำโฆษณาออนไลน์ ดังนั้น ถึงเวลาที่ธุรกิจของคุณจำเป็นต้องลงมือสร้างโฆษณาแบบวิดีโอขึ้นมาแล้ว เพราะภาพนิ่งอย่างเดียวอาจไม่พอ ลองนำความรู้จากบทความของเราไปปรับใช้กันดูนะครับ

ForeToday ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่นี่ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า