เทคนิคเขียนเเคปชั่นให้น่าสนใจ เเละยอดขายพุ่งถล่มถลาย

ศิลปะเทคนิคการเขียนเเคปชั่นให้ยอดขายพุ่งถล่มถลาย [พื้นฐาน]

ในการทำการตลาดออนไลน์นั้น นอกจากการเลือกเเพลตฟอร์มที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเเล้วนั้นการเลือก รูปภาพ เเละ เเคปชั่นที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน เพราะไม่ว่า Targeting ของสินค้าเเละบริการของคุณจะเเม่นยำเเค่ไหน เเต่ถ้าสื่อออกไปให้ลูกค้าเข้าใจอย่างที่คุณต้องการไม่ได้ก็ไรประโยชน์ เพราะเเบรนด์ของคุณจะไม่ได้เข้าไปเป็นส่วนนึงของหน่อยความทรางจำของกลุ่มเป้าหมายเลย ฉะนั้นเมื่ออุตสาห์พยายามมาจนทำให้เค้าเห็นโฆษณาเราได้เเล้วก็ต้องมั่นใจว่าทั้ง เเบนนเนอร์ เเละ เเคปชั่น นั้น ปังที่สุดเท่าที่จะปังได้ โดยบทความนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับ พื้นฐานของการเขียนเเคปชั่นเพื่อเพิ่มยอดขาย เเละ ทฤษฎีทางจิตวิทยาชั่นสูงที่จะสามารถทำให้ผู้อ่านเกิดความต้องการในการซื้อหรือบริโภคสินค้าหรือปริการนั้นๆ มากขึ้น

พื้นฐานของเทคนิคการเขียนเเคปชั่นเพิ่มยอดขาย

  • Be Honest (พูดเเต่ความจริงเท่านั้น): ขอนี้ถึงจะง่ายเเต่สำคัญมากในยุคที่การโกหกลูกค้านั้นทำได้ผ่านตัวหนังสือเเละมีโอกาสสำเร็จมากกว่าเพราะลุกค้าเองก็ไม่สามารถเห็นสินค้าหรือบริการก่อนซื้อได้ ฉะนั้นนักการตลาดหลายคนมีเเรงจูงใจที่จะเขียนเเคปชั่นให้เวอร์ๆไว้ก่อนเพื่อเรียกลุกค้าเเละดึง Traffic เข้าเว็บไซตน์ เเต่ในความเป็นจริงเเล้วนั้นความหน้าเชื่อถือถือ เป็นสิ่งที่สำคัญอันดับหนึ่งในการขายของออนไลน์เลยก็ว่าได้เพราะอย่างเเรกที่ลูกค้าจะคิดคือ “เพจนี้เชื่อได้มั้ย ?”, “ของเเท้หรือเปล่า ?”, “ซื้อไปจะได้ของมั้ย” ซึ่งถ้าเราทำให้ลูกค้าเกิดความคลางเเคลงใจในประเด็นใด ประเด็นหนึ่งเเล้วนั้นก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้ลูกค้าเชื่อมใจเราในประเด็นอีกๆ ยิ่งถ้าลูกค้าคนนั้นเกิดเเชร์ประสบการณ์นั้นๆๆ ในเฟสเเล้ว ผลที่ตามมาจะไม่คุ้มค่าเลยเเม้เเต่นิดเดียว
  • Maintain Your Brand Voice (รักษาเสียงของแบรนด์ไว้เสมอ): เสียงของแบรนด์เป็นบุคลิกที่อยู่เบื้องหลังการสื่อสารกับลูกค้าของคุณ การพัฒนาเสียงแบรนด์เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการเชื่อมต่อกับผู้ชมของคุณเพื่อให้คุณสามารถขายผลิตภัณฑ์ของคุณบนเเพลตฟอร์มต่างๆ ได้ โดยเสียงของแบรนด์ที่สอดคล้องกันจะช่วยพัฒนาการเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้าของคุณในระยะยาว ซึ่งมีความสำคัญเมื่อพิจารณาว่าลูกค้าที่รู้สึกว่าเชื่อมต่อกับแบรนด์นั้นมีแนวโน้มที่จะซื้อจากแบรนด์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นสี่เท่าและมีแนวโน้มมากขึ้น อีกทั้งการมีเเสงของเเบรนด์ที่ชัดเจอนั้นจำให้ลุกค้าสามารถจดจำเเบรนด์ของเราได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย
  • Open with Pain Point (เริ่มประโยคด้วยปัญหาที่ลูกค้ากำลังเผชิญอยู่): เเน่นอนว่าการที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการอะไรก็ตาม ลูหค้าคนนั้นจำเป็นจะต้องมีความต้องการสินค้สในหมวดหมู่นั้นๆก่อน การเตือนควสมจำลุกค้าให้นึกถึงปีญหาที่เค้าเจออยู่ในชีวิตประจำวันนั้นจะช่วยให้สามารถขายสินค้าชิ้นนั้นๆ ได้ง่ายขึ้น เช่นถ้าบริการของคุณคือการทำการช่วยบริหารสต้อคเเละส่งสินค้าเเทนพ่อค้าออนไล์ คุณก็จะต้องพูดภึงเวลาที่คนเหล่านั้นเสียไปในการทำกิจกรรมนั้นๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าเบรนด์ของคุณได้มีการทำ Market Analysis มาอยู่เเล้วนั้น ข้อมูลเหล่านี้
  • Follow through with Solution & Benefits: (ต่อยอดด้วยทางเเก้เเละผลตอบเเทนที่จะได้มา): เเน่นอนว่าเมื่อทำให้ลูกค้าตระหนักถึงปัญหาเเล้วนั้นเราก็จำเป็นต้องอธิบายต่อว่าสินค้าหรือบริการของเราสามารถเเก้ปัญหานั้นๆ ได้อย่างไรเเละจะดีขึ้นไปอีกถ้าสามารถตีประโยชน์ออกมาเป็นตัวเลขเพื่อสร้างคุ้มค้าให้กับการซื้อครั้งนั้นๆ ได้ ยิ่งถ้าสามารถนำประสบการณ์ของลูกค้าปัจจุบันหรือผู้เชี่ยวชาญต่างๆมาอ้างอิงได้เเล้วนั้นก็จะยิ่งทำให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นอีกด้วย
  • Seal the Deal with Call-to-Action (ปิดการขายด้วย Call to Action): หากคุณไม่ได้นำผู้อ่านของคุณไปยังที่ที่เค้าสามารถดำเนินการซื้อสินค้าหรือบริการต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพพวก เขาอาจจะเคยเกิดความต้องการซื้อโดยชัววูบเเต่ไม่ทำการซื้อต่อ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปความต้อวการซื้อเหล่านั้นก็จะค่อยๆจางไป  CTA ของคุณมีแนวโน้มที่จะนำผู้อ่านไปยังหน้าชำระเงิน คำกระตุ้นการตัดสินใจของคุณควรอยู่ด้านหน้าและวางไว้ใกล้กับส่วนบนของเเคปชั่น นั้นก็เพราะ Social Media ต่างๆ จะแสดงเฉพาะสามบรรทัดแรกของเเคปชั่น เนื่องจากผู้ชมของคุณอาจไม่คลิกเพื่อ“ อ่านเพิ่มเติม” เสมอไปดังนั้นควรรวม CTA ของคุณไว้ด้านบน
  • ตัวอย่างบางส่วนคือ CTA:
  • “ ดูสินค้าทั้งหมดของเราได้ที่นี่”
  • “ ดูคอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดได้ที่นี่”
  • “ (รายการของคุณ) วางขายแล้ว ช้อปเลย!”

“วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า จะได้มาต้องเริ่มที่วันนี้”

“A better tomorrow starts today”

ForeToday ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่นี่ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า