Page Title และ Meta Description สำคัญต่อ SEO อย่างไร

Page Title และ Meta Description คืออะไร?

ตัวอย่าง Meta Tag Title และ Meta Tag Description

  • Page Title หรือ Meta Tag title คือ หัวเรื่อง (headline) ของหน้าเว็บเพจ ซึ่งจะถูกนำไปแสดงเวลาบทความของเราถูกนำไปแสดงในผลการค้นหาบน Google เป็นสิ่งที่บอกให้ผู้ค้นหารู้ และสามารถเลื่อนสายตาผ่านแล้วเก็ทได้เลย ว่าบทความของเรานั้นเกี่ยวกับอะไร
  • Meta Description หรือ Meta Description Tag คือ คำอธิบายของหน้าเว็บเพจ ถูกนำไปแสดงพร้อมกับ Page Title เวลามีคนค้นหาบน Google มีไว้อธิบายซึ่งสามารถลงรายละเอียดได้มากกว่า ว่าบทความของเราเกี่ยวกับอะไร แต่โดยทั่วไปคนมักจะมองไปที่ Page Title ก่อน เนื่องจากเด่นกว่า แล้วจึงมาอ่านที่คำอธิบาย ซึ่งถ้าเราตั้งได้ไม่น่าสนใจ คนก็อาจจะมองข้ามคำอธิบายที่เราตั้งไว้แบบไม่ใยดีเลย T-T

Page Title และ Meta Description Tag ที่ดีควรเป็นอย่างไร?

  • Meta Tag Title ที่ดีควรมีความยาวไม่เกิน 65 ตัวอักษร หากความยาวเกินนี้ ระบบจะโชว์เฉพาะ 65 ตัวอักษรแรก ทำให้เนื้อหาที่เราจะสื่อนั้นถูกถ่ายทอดออกไปแบบไม่ครบถ้วน นอกจากนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ต้องใส่ Focused Keyword ลงใน Page Title ด้วย
  • Meta Tag Description ควรมีความยาวไม่เกิน 160 ตัวอักษร (เหตุผลเดียวกับ Meta Tag Title เลยครับ คือ ถ้าใส่เกินจะแสดงผลไม่ครบ) และสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน คือ ต้องใส่ Related Keyword ด้วยนะ (ส่วน Focused Keyword ไม่ต้องใส่ครับ เพราะมีใส่ไว้ใน Title แล้ว)

Page Title และ Meta Description Tag เมื่อมีการปรับแล้วจะส่งผลต่อ SEO อย่างไร?

หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่าการตั้ง Meta tag title และ Meta tag description มีความจำเป็นกับการทำ SEO ไหม ขอตอบตรงนี้เลยว่า ทุกคนคิดถูกแล้วครับ การตั้ง meta tag title และ description เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดในหน้าแรกหรือมีอันดับที่ดีขึ้นได้ เพราะการตั้ง meta tag จะช่วยเพิ่มโอกาสในการที่ผู้ใช้หรือกลุ่มเป้าหมายจะเจอเว็บไซต์หรือหน้าเพจของเราในหน้าผลการค้นหา (SERP) ได้ง่ายขึ้นและยิ่งหากเราตั้ง meta tag ให้มีความน่าสนใจ ดูสะดุดตา ก็จะช่วยให้ค่า CTR ของเว็บไซต์หรือหน้าเพจของเราสูงขึ้นด้วย (ค่า CTR หรือ Click Through Rate คือ อัตราจำนวนการคลิกต่อจำนวนคอนเทนต์ของเราที่ถูกแสดงทั้งหมด ซึ่งจะแสดงผลเป็น % ยิ่งมีค่าเยอะแสดงว่าคอนเทนต์ของเราน่าสนใจ)

การตั้ง meta tag title และ description ถือเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยของการทำ SEO เท่านั้นซึ่งยังมีอีกหลายปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น การเลือกใช้ keyword, คุณภาพของบทความ, รูปแบบของเว็บไซต์, ความเร็วการโหลดเว็บไซต์ (PageSpeed), รูปภาพและการใส่ Alt Text (Alternative Text), การใส่วิดิโอที่น่าสนใจและอื่นๆ อีกมากมาย

หากคุณต้องการที่จะพัฒนาในเรื่องของ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณแล้วล่ะก็แล้วการตั้ง meta tag title และ description ก็ถือเป็นสิ่งแรกๆที่คุณไม่ควรมองข้าม

วิธีการแก้ Meta Tag Title และ Meta Tag Description บน WordPress

  • Install Yoast Plugins

ให้ทำการติดตั้งปลั๊กอิน Yoast (Yoast เป็น Plugins หรือส่วนเสริมบน WordPress ซึ่งช่วยให้คุณสามารถจัดวางองค์ประกอบคอนเทนต์หรือบทความของคุณให้เป็นไปตามหลักการทำ SEO ที่ดี)

ขอบคุณภาพจาก : https://yoast.com/help/installation-guide-for-wordpress-seo/

โดยขั้นตอนการติดตั้ง Yoast Plugins

  1. ให้ล็อกอินเข้าไปที่หน้า WordPress เลือกแถบเมนู Plugins จากนั้นเลือก Add New
  2. ให้เรา Search คำว่า “yoast seo” ในหน้าการค้นหา
  3. จากนั้นให้กด Install Now ตัว Yoast SEO Plugins
  • เปิด Yoast Mode

คลิกที่ไอคอน Yoast SEO Plugins เพื่อเปิดการใช้งานฟังก์ชัน

ขั้นตอนการเปิด Yoast Mode

  1. เมื่อเราเข้าไปทำการเพิ่มหรือแก้ไข Post ของเราจะเห็นไอคอนของ Yoast SEO Plugins
  2. ให้ทำการคลิกที่ไอคอนหนึ่งครั้งเพื่อเปิดฟังก์ชันการใช้งาน Yoast SEO Plugins
  • เข้าไปที่แถบ Google Preview

คลิกที่ Google preview

  • จากนั้นทำการตั้ง Meta Tag Title และ Description ได้เลย

ติดตั้ง Meta Tag Title และ Meta Tag Description ได้เลย

ซึ่งเวลาเราพิมพ์ในช่อง SEO Title และ Meta description จะมีหน้าต่าง Preview ให้เราดูด้วยว่าเวลา Meta tag title และ description ไปแสดงผลในหน้าผลการค้นหา (SERP) จะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถดูได้ทั้งแบบ mobile result และ desktop result เมื่อตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้คลิก Return to your post เลย

สรุป

ทุกคนเห็นแล้วใช่มั้ยครับว่า Meta tag title และ description นั้นมีความสำคัญต่อการทำ SEO มากแค่ไหนรวมถึงวิธีการตั้งค่าหรือแก้ไขใน WordPress ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนที่ได้กล่าวไป ทาง FORETODAY หวังว่าทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้จะนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณให้มีอันดับที่ดีขึ้นกันนะครับ

มีคำถามเพิ่มเติม หรือต้องการปรึกษาเรื่องการส่งเสริมการขายและการขยายธุรกิจออนไลน์

ติดต่อเรา https://foretoday.asia/contact/

[email protected]bit.ly/ForeToday

FB Chat: http://m.me/foretoday

“A Better Tomorrow Starts Today”

ForeToday ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่นี่ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า